• 1.1) ข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ mPAY นี้ มีผลใช้บังคับระหว่าง บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด ในฐานะผู้ให้บริการ กับผู้ใช้บริการ

    1.2) ผู้ใช้บริการได้อ่านข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ mPAY ซึ่งกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการจนเข้าใจรายละเอียดต่างๆ ครบถ้วนแล้ว จึงได้ตกลงใช้บริการ mPAY ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมทั้งการพิมพ์ หรือเลือกข้อความและการกระทำใดๆ ที่ทำให้ปรากฏซึ่งข้อความตามวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ผ่านเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดตามที่ผู้ให้การกำหนด ถือว่าผู้ใช้บริการได้ตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ mPAY นี้ทุกประการ

    1.3) ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะปฏิเสธการให้บริการ mPAY แก่ผู้ใช้บริการ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ mPAY นี้ หรือตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผลให้ทราบ

  • 2.1) "ผู้ให้บริการ" หมายถึง บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด

    2.2) "ผู้ใช้บริการ" หมายถึง บุคคลธรรมดาผู้ซึ่งได้ตกลงใช้บริการ mPAY โดยลงทะเบียนใช้บริการ mPAY ไว้เรียบร้อยแล้ว

    2.3) "บริการ mPAY" หมายถึง บริการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ และทำธุกรรมทางการเงิน ผ่านช่องทางระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Payment) หรือเครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Internet) หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดตามที่ผู้ให้บริการการกำหนด

    2.4) "ค่าสินค้าหรือค่าบริการ" หมายถึง ค่าสินค้า ค่าบริการ และค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ของผู้ประกอบการที่มีข้อตกลงแต่งตั้งผู้ให้บริการเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงิน

    2.5) "รหัสผู้ใช้บริการ (Username)" หมายถึง หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ใช้บริการที่นำมาลงทะเบียนใช้บริการ mPAY สำหรับให้ผู้ใช้บริการใช้แสดงตนเมื่อใช้บริการ mPAY

    2.6) "รหัสผ่าน (Password)" หมายถึง อักษร อักขระ ตัวเลข เสียงหรือสัญลักษณ์อื่นใดประจำตัวผู้ใช้บริการที่ผู้ให้บริการสร้างขึ้นให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และที่ผู้ใช้บริการสร้างขึ้นใหม่ สำหรับนำมาใช้แสดงความสัมพันธ์กับ รหัสผู้ใช้บริการ (Username) ของผู้ใช้บริการเพื่อใช้บริการ mPAY และเพื่อยืนยันว่า ผู้ใช้บริการเป็นผู้ทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเองหรือเป็นผู้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์กำกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นแล้ว

    2.7) "รหัสส่วนตัว (PIN)" หมายถึง ตัวเลขที่ผู้ใช้บริการสร้างขึ้น สำหรับนำมาใช้เป็นรหัสประจำตัวของผู้ใช้บริการเพื่อใช้บริการ mPAY และเพื่อยืนยันว่า ผู้ใช้บริการเป็นผู้ทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเองหรือเป็นผู้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์กำกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นแล้ว

    2.8) "รหัสผ่าน OTP" หมายถึง อักษร อักขระ ตัวเลข หรือสัญลักษณ์อื่นใด ที่ระบบของผู้ให้บริการสร้างขึ้น แบบใช้ได้ครั้งเดียว (One Time Password) และจัดส่งให้ผู้ใช้บริการผ่านบริการ SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ใช้บริการสำหรับใช้ในการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY และ/หรือเพื่อยืนยันว่า ผู้ใช้บริการเป็นผู้ทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเองหรือเป็นผู้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์กำกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นแล้ว

    2.9) "เครื่องมือทางการเงิน (Payment Instrument "PI")" หมายถึง เครื่องมือทางการเงินของผู้ใช้บริการ ที่สามารถใช้แทนเงินสดในการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ ผ่านบริการ mPAY ได้แก่

    2.9.1) กระเป๋า mPAY (mPAY Wallet) คือ กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่เก็บรักษามูลค่าเงิน (mCASH) ของผู้ใช้บริการ โดยผู้ใช้บริการสามารถใช้ เงิน mCASH ได้เสมือนเงินสดในกระเป๋าเงิน

    2.9.2) บัญชีเงินฝากธนาคาร (Bank Account) คือ บัญชีเงินฝากธนาคารที่ผู้ใช้บริการ หรือเจ้าของบัญชียินยอมให้ใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินในการชำระค่าสินค้า และ/หรือค่าบริการ โดยการหักเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคาร (Direct Debit)

    2.9.3) บัตรเครดิต (Credit Card) คือ บัญชีบัตรเครดิตที่ผู้ใช้บริการ หรือเจ้าของบัตรยินยอมให้ใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินในการชำระค่าสินค้า และ/หรือค่าบริการ โดยการเรียกเก็บเงินจากบัญชีบัตรเครดิต

    2.10) "หมายเลขโทรศัพท์" หมายถึง หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ผู้ใช้บริการนำมาลงทะเบียนใช้บริการ mPAY

    2.11) "ข้อตกลง" หมายถึง ข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ mPAY นี้

  • 3.1) ผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนใช้บริการ mPAY ตามวิธีการและขั้นตอนที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้

    3.2) ผู้ใช้บริการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY และกรอกข้อมูลส่วนตัว ดังนี้

    3.1.1) ชื่อ-นามสกุล

    3.1.2) หมายเลขประจำตัวประชาชน/ หมายเลขหนังสือเดินทาง*

    3.1.3) วัน เดือน ปีเกิด

    3.1.4) e-mail

    3.1.5) เพศ

    3.1.6) ที่อยู่ที่ติดต่อได้

    3.1.7) อาชีพ

    3.1.8) สถานที่ทำงาน

    1.1.8) ภาพถ่ายบัตรประชาชน

    *กรณีผู้ใช้บริการเป็นชาวต่างชาติ โปรดกรอก 1) หมายเลขหนังสือเดินทาง 2) ชื่อประเทศที่ออกหนังสือเดินทาง

  • 4.1) ผู้ใช้บริการสามารถลงทะเบียนใช้บริการ mPAY ได้เพียง 2 เลขหมายเท่านั้น

    4.2) ผู้ใช้บริการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY และกรอกข้อมูลส่วนตัวตามข้อ 3. ครบถ้วนสามารถเติมเงินในกระเป๋า mPAY มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท และชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการด้วยเงิน mCASH มูลค่ารวมไม่เกิน 90,000 บาท/เดือน ทำธุรกรรม โอน ถอน เงิน mCASH ตามเงื่อนไขที่กำหนด และชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ ด้วยบัญชีเงินฝากธนาคาร (Bank Account) และบัตรเครดิต (Credit Card) ตามเงื่อนไขที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตกำหนดไว้ ทั้งนี้ ในช่วง 15 วันแรกนับแต่วันที่ผู้ใช้บริการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY และกรอกข้อมูลส่วนตัวครบถ้วน ผู้ให้บริการสามารถเติมเงินในกระเป๋า mPAY มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท โดยผู้ใช้บริการสามารถชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการด้วย เงิน mCASH มูลค่ารวมไม่เกิน 15,000 บาท และทำธุรกรรม โอนหรือถอน เงิน mCASH ได้เพียง 1 ครั้ง มีมูลค่าไม่เกิน 5,000 บาท และชำระค่าสินค้า/บริการด้วยบัญชีเงินฝากธนาคาร (Bank Account) และบัตรเครดิต (Credit Card) ตามเงื่อนไขที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตกำหนดไว้ ผู้ใช้บริการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY โดยไม่กรอกข้อมูลส่วนตัวใดๆ สามารถเติมเงินในกระเป๋า mPAY มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท และชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ ด้วยเงิน mCASH มูลค่ารวมไม่เกิน 5,000 บาท/เดือน และชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ ด้วยบัญชีเงินฝากธนาคาร (Bank Account) และบัตรเครดิต (Credit Card) ตามเงื่อนไขที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตกำหนดไว้ ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการผ่านบริการ mPAY ด้วย เงิน mCASH โปรดกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วนในวันที่ลงทะเบียนใช้บริการ mPAY

    4.3) ผู้ให้บริการมีสิทธิกำหนด ปรับเพิ่ม หรือลดวงเงินการใช้บริการ mPAY ต่อครั้งได้ โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า

  • 5.1) กรณีผู้ใช้บริการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ เครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Internet) หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้ให้บริการกำหนด ผู้ใช้บริการรับรองว่าข้อมูลและเอกสารใดๆ ที่ผู้ใช้บริการจัดส่งให้แก่ผู้ให้บริการเป็นข้อมูลที่แท้จริงของผู้ใช้บริการ และเป็นเอกสารที่ถ่ายมาจากต้นฉบับของผู้ใช้บริการจริง

    5.2) กรณีผู้ใช้บริการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY ด้วยวิธีการลงลายมือชื่อในเอกสาร ผู้ใช้บริการรับรองว่าลายมือชื่อในคำขอใช้บริการ และ/หรือในเอกสารใดๆ ที่ใช้ประกอบการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY เป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของผู้ใช้บริการ และขอรับรองว่าเอกสารประกอบเหล่านั้นเป็นเอกสารที่ถ่ายมาจากต้นฉบับที่แท้จริง ตลอดจนรับรองความถูกต้องแท้จริงของข้อความใดๆ ที่ได้แจ้งต่อผู้ให้บริการเพื่อการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY

    5.3) ผู้ใช้บริการขอรับรอง ว่าผู้ใช้บริการมีชื่อเป็นผู้จดทะเบียนหรือแสดงตนเป็นผู้ใช้บริการหมายเลขโทรศัพท์ และ/หรือ เป็นผู้ครอบครองและใช้บริการหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้นำมาลงทะเบียนใช้บริการ mPAY ไว้กับผู้ให้บริการ

    5.4) กรณีผู้ใช้บริการมิได้มีชื่อเป็นผู้จดทะเบียนหรือแสดงตนเป็นผู้ใช้บริการหมายเลขโทรศัพท์ที่นำมาลงทะเบียนใช้บริการ mPAY ไว้กับผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการรับรองว่า ได้รับความยินยอมจากผู้จดทะเบียนหรือผู้แสดงตนเป็นผู้ใช้บริการหมายเลขนั้น ให้นำหมายเลขโทรศัพท์มาลงทะเบียนใช้บริการ mPAY กับผู้ให้บริการได้ หากเกิดความเสียหายใด ๆ ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมรับผิดชอบทุกประการ

    5.5) ผู้ใช้บริการรับรองว่าจะให้ความร่วมมือกับผู้ให้บริการในการปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎหมายป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

  • ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการ mPAY ชำระเงินค่าสินค้าหรือค่าบริการ โดยผู้ใช้บริการเป็นผู้เลือกเครื่องมือทางการเงินด้วยตนเอง และทำธุรกรรมทางการเงินผ่านกระเป๋า mPAY เช่น การโอน ถอน ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

  • 7.1) กระเป๋า mPAY

    7.1.1) เมื่อผู้ใช้บริการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY เรียบร้อยแล้ว ระบบ mPAY จะกำหนดกระเป๋า mPAY ให้เป็นเครื่องมือทางการเงินคู่กับหมายเลขโทรศัพท์นั้น

    7.1.2) ผู้ใช้บริการสามารถเติมเงิน mCASH (Cash-in mCASH) ในกระเป๋า mPAY ได้ด้วยวิธีโอนเงินสด หรือให้หักเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ผ่านช่องทางการให้บริการต่างๆ ที่กำหนดไว้ เช่น mPAY Application, ตู้เบิกเงินสดอัตโนมัติ (ATM), Bank IVR (Telephone Banking), Internet Banking เป็นต้น

    7.1.3) การเติมเงิน mCASH ในแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่าจำนวนเงินขั้นต่ำ และเมื่อรวมวงเงินทั้งหมดในกระเป๋า mPAY แล้ว ต้องไม่เกินกว่าจำนวนเงินสูงสุดที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ต่อ 1 เลขหมาย ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า

    7.1.4) ผู้ใช้บริการสามารถใช้เงิน mCASH ได้ตลอดไป โดยไม่มีวันหมดอายุ ทั้งนี้ จนกว่าบริการ mPAY จะสิ้นสุดลง

    7.2) บัญชีเงินฝากธนาคารและบัญชีบัตรเครดิต

    7.2.1) ผู้ใช้บริการสามารถนำบัญชีเงินฝากธนาคารและ/หรือบัญชีบัตรเครดิตของผู้ใช้บริการ หรือของบุคคลอื่นที่ตกลงยินยอมให้หักเงินจากบัญชีธนาคาร หรือบัญชีบัตรเครดิต มาผูกเพื่อใช้กับบริการ mPAY ของผู้ใช้บริการได้ โดยหมายเลขโทรศัพท์ 1 เลขหมายสามารถผูกบัญชีธนาคาร และ/หรือบัญชีบัตรเครดิต ได้สูงสุดรวมกันไม่เกิน 4 บัญชี

    7.2.2) การนำบัญชีเงินฝากธนาคารหรือบัตรเครดิตมาผูกเพื่อใช้กับบริการ mPAY ผู้ใช้บริการต้องลงลายมือชื่อในหนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝากธนาคารหรือบัตรเครดิต หรือแสดงความยินยอมผ่านวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามวิธีการและขั้นตอนที่ธนาคารเจ้าของบัญชีหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตหรือผู้ให้บริการกำหนดไว้

  • 8.1) ในขั้นตอนลงทะเบียนใช้บริการ mPAY ระบบ mPAY จะกำหนดให้ผู้ใช้บริการสร้าง รหัสผ่าน (Password) และ/หรือรหัสส่วนตัว (PIN) ด้วยตัวเอง

    8.1.1) การสร้างรหัสผ่าน (Password) ต้องมีความยาวตั้งแต่ 8 ตัวอักษรขึ้นไป โดยสามารถใช้ตัวอักษร อักขระและตัวเลขผสมกันได้

    8.1.2) การสร้างรหัสส่วนตัว (PIN) ต้องเป็นตัวเลข 4 หลักเท่านั้น ไม่สามารถใช้ตัวอักษร และอักขระผสมกันได้

    8.2) รหัสผ่าน (Password) รหัสส่วนตัว (PIN) และรหัสผ่าน OTP ถือเป็นความลับเฉพาะตัวของผู้ใช้บริการ ที่ต้องเก็บรักษาและปกปิดมิให้ผู้อื่นล่วงรู้ หากมีการทำธุรกรรมใดๆ ผ่านบริการ mPAY อันเกิดจากการนำรหัสผ่าน (Password) รหัสส่วนตัว (PIN) รหัสผ่าน OTP ของผู้ใช้บริการไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยผู้ใช้บริการเอง หรือในกรณีที่ผู้ใช้บริการอนุญาตให้ผู้อื่นนำรหัสผ่าน (Password) รหัสส่วนตัว (PIN) รหัสผ่าน OTP ของผู้ใช้บริการไปใช้ ไม่ว่าด้วยความตั้งใจหรือความประมาทเลินเล่อของผู้ใช้บริการ ให้ถือว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวถูกต้องสมบูรณ์มีผลผูกพันผู้ใช้บริการเสมือนผู้ใช้บริการเป็นผู้กระทำด้วยตนเอง หากมีความเสียหายเกิดขึ้นไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบทุกประการ โดยไม่สามารถโต้แย้งหรือเรียกร้องให้ผู้ให้บริการต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแต่อย่างใด

    8.3) กรณีผู้ใช้บริการใช้รหัสผ่าน (Password) หรือรหัสส่วนตัว (PIN) ทำรายการผิดเกินกว่าจำนวนครั้งที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ (ปัจจุบันไม่เกิน 3 ครั้ง) ระบบ mPAY จะระงับการใช้บริการ mPAY เป็นการชั่วคราว หากผู้ใช้บริการยังคงต้องการใช้บริการ mPAY ต่อไป ผู้ใช้บริการต้องติดต่อกับผู้ให้บริการเพื่อขอรหัสผ่าน (Password) หรือรหัสประจำตัว (PIN) ใหม่ติดต่อทางโทรศัพท์มายังหมายเลข 1175 (AIS Call Center)

  • 9.1) ผู้ใช้บริการจะต้องชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ เนื่องจากการใช้บริการ mPAY ตามอัตราที่ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าก่อนทำรายการ ทั้งนี้ อัตราค่าธรรมเนียมการใช้บริการ mPAY ปรากฎตามตารางท้ายข้อตกลงนี้

    9.2) ผู้ให้บริการมีสิทธิยกเว้น หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ได้ ตามรายการส่งเสริมการขาย และการให้บริการที่กำหนดขึ้นเป็นคราวๆ ไป

    ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์กำหนดค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมในการให้บริการได้ โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าผ่าน WEBSITE http://www.ais.co.th/mpay

  • การให้บริการ mPAY จะสิ้นสุดลงทันที ในกรณีดังต่อไปนี้

    10.1) ผู้ใช้บริการแจ้งยกเลิกการใช้บริการ mPAY

    10.2) ผู้ใช้บริการแจ้งเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์

    10.3) ผู้ใช้บริการแจ้งยกเลิกการใช้บริการหมายเลขโทรศัพท์

    10.4) ผู้ใช้บริการแจ้งโอนเปลี่ยนเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์

    10.5) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยกเลิกการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขที่ผู้ใช้บริการนำมาลงทะเบียนสมัครใช้บริการ mPAY

    10.6) ผู้ใช้บริการไม่มีการใช้บริการ mPAY ติดต่อกัน 6 เดือน

  • ผู้ให้บริการอาจปฏิเสธการให้บริการ หรือระงับการให้บริการชั่วคราว หรือเพิกถอนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด หรือบางส่วน ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

    11.1) เมื่อปรากฏว่า กระเป๋า mPAY มีเงิน mCASH ไม่เพียงพอต่อการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการ หรือค่าธรรมเนียม หรือทำธุรกรรมทางการเงิน

    11.2) เมื่อปรากฏว่า ผู้ใช้บริการลงทะเบียนใช้บริการ mPAY โดยไม่กรอกข้อมูลส่วนตัวใดๆ และชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการด้วยกระเป๋าเงินmCASH เกิน 5,000 บาท/เดือน

    11.3) เมื่อปรากฏว่า ผู้ใช้บริการนำบริการ mPAY ไปใช้เป็นช่องทางในการกระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนด หรือเพื่อแสวงหารายได้ หรือผลประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่น โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือฝ่าฝืนต่อข้อตกลงนี้

    11.4) เมื่อผู้ให้บริการตรวจสอบพบว่าผู้ใช้บริการปลอมเอกสาร หรือใช้เอกสารปลอม หรือแสดงข้อความและ/หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จในการใช้บริการ mPAY

    11.5) เมื่อผู้ใช้บริการถูกดำเนินคดีแพ่ง หรือคดีอาญา หรือคดีล้มละลาย หรือเป็นบุคคลที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด หรือถูกกล่าวหาหรือถูกสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิด

    11.6) เมื่อผู้ใช้บริการปฏิบัติผิดข้อตกลงนี้ และ/หรือข้อตกลงและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวเนื่องกับบริการ mPAY

    11.7) ผู้ให้บริการพิจารณาแล้วเห็นว่า การให้บริการ mPAY อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการจะดำเนินการระงับการให้บริการ mPAY ทันที เพื่อความปลอดภัยทางการเงินของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะแจ้งเหตุระงับการให้บริการ mPAY ให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านบริการ SMS

    11.8) ผู้ผู้ให้บริการมีเหตุสงสัยว่าผู้ใช้บริการกระทำความผิด หรือพยายามกระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนด หรือกระทำการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ให้บริการหรือผู้ใด หรือมีเหตุอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด

  • 12.1) ผู้ใช้บริการประสงค์จะนำเงิน mCASH ออกจากกระเป๋า mPAY ได้โดยทำรายการโอนเงิน ดังนี้ โอนเงิน mCASH ให้แก่หมายเลขโทรศัพท์อื่น หรือถอนเงิน mCASH โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือถอนเงิน mCASH เป็นเงินสด ผู้ใช้บริการสามารถทำรายการโอนเงิน ผ่านช่องทางต่างๆ ที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ได้ เช่น mPAY Application , IVR เป็นต้น

    12.2) กรณีผู้ใช้บริการประสงค์ถอนเงิน mCASH เป็นเงินสด ผู้ให้บริการจะนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่ผู้ใช้บริการระบุไว้เป็นเครื่องมือทางการเงิน หรือบัญชีเงินฝากธนาคารอื่นๆ ที่ผู้ใช้บริการแจ้งให้ผู้ให้บริการนำเงินเข้าบัญชี ภายใน 3 วันทำการ

    12.3) ผู้ให้บริการมีสิทธิคิดค่าธรรมเนียมการดำเนินการตามข้อ 11.1 ได้ ตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ในตารางท้ายข้อตกลงนี้

  • 13.1) เมื่อบริการ mPAY สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ หากปรากฏว่ายังมีเงิน mCASH ในกระเป๋า mPAY ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อทางโทรศัพท์ มายังหมายเลข 1175 (AIS Call Center) เพื่อดำเนินการนำเงิน mCASH ออกจากกระเป๋า mPAY ได้ ผู้ใช้บริการจะนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผู้ใช้บริการระบุไว้เป็นเครื่องมือทางการเงินหรือบัญชีเงินฝากธนาคารอื่นๆ ของผู้ใช้บริการที่แจ้งให้ผู้ให้บริการนำเงินเข้าบัญชี ภายใน 3 วันทำการ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการตกลงนำส่งสำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ เพื่อยืนยันตัวตนผู้ใช้บริการให้แก่ผู้ให้บริการ

    13.2) ไม่ว่าในกรณีใดๆ ผู้ใช้บริการไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนใดๆ จากผู้ให้บริการ

    13.3) ผู้ผู้ให้บริการมีสิทธิคิดค่าธรรมเนียมการดำเนินการตามข้อ 13.1 ได้ในอัตราเดียวกับการถอนเงิน mCASH เป็นเงินสด ตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ในตารางท้ายข้อตกลงนี้

  • 14.1) ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้บริการได้ที่ mPAY Application และ WEBSITE http://www.ais.co.th/mpay หรือแจ้งความประสงค์เป็นคราวๆ ทางโทรศัพท์มายังหมายเลข1175 (AIS Call Center) เพื่อขอตรวจสอบรายละเอียด การทำรายการชำระเงินต่างๆ ย้อนหลังได้ไม่เกินกว่า 3 เดือน ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะดำเนินการตรวจสอบและส่งมอบข้อมูลการใช้บริการให้แก่ผู้ใช้บริการที่มีหลักฐานมาแสดงว่าเป็นผู้ลงทะเบียนสมัครใช้บริการ mPAY ที่แท้จริงเท่านั้น

    14.2) ผู้ให้บริการมีสิทธิคิดค่าธรรมเนียมการดำเนินการตามข้อ 13.1 ได้ ตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ในตารางท้ายข้อตกลงนี้

  • 15.1) กรณีผู้ใช้บริการมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้บริการ mPAY ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อทางโทรศัพท์มายังหมายเลข 1175 (AIS Call Center) เพื่อดำเนินการแจ้งเรื่องร้องเรียนต่อผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการจะดำเนินการตรวจสอบ และแจ้งความคืบหน้า รวมทั้งชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ใช้บริการ ภายใน 7 วันนับจากวันที่ผู้ให้บริการได้รับแจ้งการร้องเรียนจากผู้ใช้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร

    15.2) กรณีผู้ใช้บริการมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ mCASH ในกระเป๋า mPAY ผู้ให้บริการจะดำเนินการตรวจสอบการทำรายการต่างๆ ย้อนหลังให้ทันที หากพบว่า มิได้มีการทำรายการชำระเงินจริง ผู้ให้บริการจะดำเนินการคืน mCASH ให้แก่ผู้ใช้บริการภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันที่ผู้ให้บริการได้รับการแจ้งร้องเรียนจากผู้ใช้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร

    15.3) กรณีผู้ใช้บริการมีข้อร้องเรียนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ เช่น ไม่ได้รับสินค้าหรือบริการ หรือสินค้าชำรุดเสียหาย หรือไม่ได้คุณภาพ หรือไม่ตรงตามคำพรรณนาของผู้ประกอบการ เป็นต้น ผู้ใช้บริการจะต้องติดต่อกับผู้ประกอบการโดยตรง ทั้งนี้ ผู้ให้บริการยินดีให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลและประสานงาน เพื่อให้ได้รับแก้ไขปัญหาจากผู้ประกอบการ ที่ขายสินค้าหรือให้บริการโดยเร็ว

  • ผู้ใช้บริการมีสิทธิบอกเลิกการใช้บริการ mPAY โดยแจ้งความประสงค์ด้วยตนเองทางโทรศัพท์มายังหมายเลข 1175 (AIS Call Center)

  • 17.1) กรณีดังต่อไปนี้ผู้ให้บริการมีสิทธิบอกเลิกการให้บริการได้ทันที

    17.1.1) ผู้ใช้บริการถึงแก่ความตาย

    17.1.2) ผู้ใช้บริการใช้เอกสารปลอม หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จในการลงทะเบียนสมัครใช้บริการ mPAY

    17.1.3) ผู้ใช้บริการถูกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยกเลิกการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขที่ผู้ใช้บริการนำมาลงทะเบียนใช้บริการ mPAY

    17.1.4) ผู้ใช้บริการมิได้ชำระค่าธรรมเนียมตามที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้

    17.2) ผู้ให้บริการมีสิทธิบอกเลิกการให้บริการ mPAY ได้ โดยจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถดำเนินการขอคืน เงิน mCASH คงเหลือในกระเป๋า mPAY ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อ 13

  • กรณีผู้ให้บริการประสงค์แก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขในข้อตกลงนี้ ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน ผ่าน WEBSITE http://www.ais.co.th/mpay หรือผ่านช่องทางการให้บริการต่างๆของผู้ให้บริการ

    กรณีมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ เกี่ยวกับการใช้บริการ mPAY ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่าน WEBSITE http://www.ais.co.th/mpay หรือผ่านช่องทางการให้บริการต่างๆ ของผู้ให้บริการ

  • ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ที่จะโอนสิทธิ หน้าที่ของการให้บริการ mPAY นี้แก่บุคคลอื่นใดได้ ซึ่งจะไม่กระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้บริการที่มีอยู่ ณ วันโอน โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการ

  • ผู้ใช้บริการตกลงยอมรับว่าบรรดาคู่มือและ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ mPAY คำสั่ง คำแนะนำ หรือคำตอบรับใดผ่านเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งผู้ใช้บริการได้ปฏิบัติตาม ทั้งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้และที่จะมีขึ้นในอนาคต เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
    นโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทสำหรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นด้านล่าง ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “แอพพลิเคชั่น” โปรดอ่านและทำความเข้าใจนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้อย่างละเอียด การที่ท่านได้ติดตั้ง และ/หรือเข้าใช้งาน แอพพลิเคชั่นนี้แล้ว ถือว่าท่านตกลงยอมรับข้อกำหนดที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้แล้วทุกประการ หากท่านไม่สามารถยอมรับข้อกำหนดนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ได้ ขอให้ท่านปฏิเสธการใช้งานแอพพลิเคชั่น โดยถอนการติดตั้งแอพพลิเคชั่นจากเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่/อุปกรณ์ดิจิตอลของท่านทันที

    1. วัตถุประสงค์ของนโยบายความเป็นส่วนตัว
    ในการใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้ บริษัทมีความประสงค์ที่จะแจ้งให้ท่านทราบอย่างชัดเจนว่าบริษัทรวบรวม ข้อมูลอะไรของท่านบ้าง มีวิธีการใช้และแบ่งปันข้อมูลของท่านอย่างไร
    นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จะอธิบายถึง :

    >> ข้อมูลที่รวบรวมและเหตุผลที่รวบรวม <รายละเอียดในตารางด้านล่าง>
    >> การใช้ข้อมูลที่รวบรวม



    บริษัทจะใช้ข้อมูลที่รวบรวมจากแอพพลิเคชั่นทั้งหมดของบริษัท เพื่อให้บริการ บำรุงรักษา ป้องกัน ปรับปรุง พัฒนาบริการใหม่ๆ และปกป้องบริษัทและท่าน ตลอดจนเพื่อนำเสนอเนื้อหาที่ได้รับการ ปรับแต่ง (Customize) ให้เหมาะสมกับการใช้งานของท่านโดยเฉพาะ เช่น แสดงผลการค้นหาที่ เกี่ยวข้องกับท่าน แสดงโฆษณาประชาสัมพันธ์บริการที่ท่านอาจสนใจและเป็นประโยชน์แก่ท่าน

    เมื่อท่านติดต่อมายังบริษัท บริษัทอาจเก็บบันทึกข้อมูลการสนทนาระหว่างท่าน กับ Call Center ที่บริษัทจัดหามาไว้สำหรับเป็นช่องทางการรับแจ้ง ให้คำปรึกษา แนะนำวิธีการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานแอพพลิเคชั่น และอาจเก็บบันทึกที่อยู่อีเมลล์ที่ท่านแจ้งไว้เพื่อรับคำแนะนำต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการของบริษัท และบริษัทในเครือ และแจ้งให้ท่านทราบผ่านที่อยู่ที่ท่านแจ้งไว้ได้

    บริษัทอาจใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้จากคุกกี้และเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น การใช้ Tag เป็นต้น ในการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของท่าน และคุณภาพโดยรวมของแอพพลิเคชั่น

    >>ข้อมูลที่แบ่งปัน
    บริษัทจะไม่นำข้อมูลของท่านไปแบ่งปันหรือเปิดเผยให้กับบริษัท และ/หรือองค์กรอื่น และ/หรือบุคคลภายนอก ยกเว้นกรณี ดังต่อไปนี้

    • เมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน : บริษัทอาจแบ่งปันหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับบริษัท และ/หรือองค์กรอื่น และ/หรือบุคคลภายนอก เมื่อได้รับความยิมยอมจากท่านให้แบ่งปันหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของท่านก่อน
    • เพื่อ “การใช้ข้อมูลที่รวบรวม” : บริษัทอาจแบ่งปันหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับบริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่ม ตลอดจนคู่สัญญาที่มีหน้าที่บริหารจัดการแอพพลิเคชั่นตามสัญญากับบริษัทโดยตรง หรือบริษัทอื่นที่มีนโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้บริการ บำรุงรักษา ป้องกัน ปรับปรุง พัฒนาบริการใหม่ๆ และปกป้องบริษัทและท่าน ตลอดจนเพื่อนำเสนอเนื้อหาที่ได้รับการปรับแต่ง (Customize) ให้เหมาะสมกับการใช้งานของท่านโดยเฉพาะ เช่น แสดงผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับท่าน แสดงโฆษณาประชาสัมพันธ์บริการที่ท่านอาจสนใจและเป็นประโยชน์แก่ท่าน โดยดำเนินการตามคำแนะนำและตามนโยบายส่วนบุคคลของบริษัท รวมถึงมาตรการการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับและการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
    • สำหรับเหตุผลทางกฎหมาย : บริษัทอาจแบ่งปันหรือเปิดเผยข้อมูลของท่านกับบริษัท และ/หรือองค์กรอื่น และ/หรือบุคคลภายนอก หากบริษัทเชื่อโดยสุจริตว่าการเข้าถึง การใช้ การเก็บรักษา หรือการเปิดเผยข้อมูลนั้น มีเหตุจำป็นอันสมควร : (1) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ หลักเกณฑ์ คำสั่งที่เกี่ยวข้องและการร้องขอข้อมูลจากทางราชการ (2) เพื่อบังคับใช้ข้อกำหนดในการให้บริการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการตรวจสอบการละเมิดที่อาจเกิดขึ้น (3) เพื่อตรวจจับ ป้องกัน หรือตรวจสอบการทุจริต ปัญหาด้านความปลอดภัยหรือด้านเทคนิค (4) เพื่อป้องกันอันตรายต่อสิทธิ ทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของบริษัทและ/หรือของท่าน หรือบุคคลอื่นตามที่กฎหมยกำหนด

    บริษัทอาจแบ่งปันข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น เช่น ผลการค้นหา เครื่อข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้งาน ภาษาที่ใช้ เว็บไซต์ที่เข้าชมบ่อย เป็นต้น ต่อสาธารณะหรือให้แก่พันธมิตรทางการค้าของบริษัท เช่น ผู้เผยแพร่โฆษณา ผู้ลงโฆษณา หรือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกัน เช่น บริษัทอาจแบ่งปันข้อมูลที่แสดงแนวโน้มการใช้งานแอพพลิเคชั่นสู่สาธารณะ เป็นต้น

    หากบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงาน เช่น การควบรวมกิจการ การได้มา หรือการขายสินทรัพย์ บริษัทจะยังคงรักษาข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ให้เป็นความลับ และแจ้งให้ผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ได้รับผลกระทบทราบก่อนการโอนข้อมูลส่วนบุคคล หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวอื่นๆ

    2. ความปลอดภัยของข้อมูล
    บริษัทพยายามอย่างยิ่งที่จะปกป้องข้อมูลของท่านจากการเข้าถึง การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การเปิดเผย หรือการทำลายโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างน้อยดังนี้

    • บริษัทจัดทำระบบ One-Time Password (OTP) เพื่อใช้ยืนยันผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น เมื่อเข้าใช้งานโดยเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
    • บริษัทตรวจสอบการเก็บรวบรวมข้อมูล พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลและหลักปฏิบัติในการประมวลผล รวมถึงมาตรการความปลอดภัยทางกายภาพ เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
    • บริษัทจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลไว้เฉพาะกับพนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของบริษัท ที่มีความจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลนั้นๆ (Need to Know Basis) เพื่อทำการประมวลผลข้อมูล โดยที่บุคคลดังกล่าวนั้น จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตามสัญญาอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษขั้นรุนแรง

    3. ข้อจำกัดการใช้นโยบายความเป็นส่วนตัว
    นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ มีผลใช้บังคับกับแอพพลิเคชั่นนี้เท่านั้น ไม่รวมถึงแอพพลิเคชั่นและ/หรือบริการที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวแยกต่างหาก และ/หรือที่ไม่ได้กำหนดโดยชัดแจ้งให้ใช้ร่วมกันกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ ตลอดจนไม่มีผลใช้บังคับกับแอพพลิเคชั่นและบริการ หรือเว็บไซต์อื่นๆ ที่เชื่อมต่อ (link) กับแอพพลิเคชั่นนี้ รวมถึงไม่ครอบคลุมหลักปฏิบัติด้านข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทอื่นๆ หรือองค์กรอื่นๆ ที่โฆษณาแอพพลิเคชั่นของบริษัท ซึ่งอาจใช้คุกกี้ พิกเซลแท็ก และเทคโนโลยีอื่นๆ ในการนำเสนอและแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง

    4. การปฏิบัติตามกฎหมายและการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล
    บริษัทดำเนินการตรวจสอบและทบทวนการปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัว และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ (Self-Regulator) หากบริษัทได้รับหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการติดตามผล ตลอดจนให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจกำกับดูแลการให้บริการแอพพลิเคชั่น และหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคต่างๆ

    5. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากท่านล่วงหน้า เว้นแต่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่เป็นการริดรอนสิทธิของท่านตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทจะกระทำมิได้หากไม่ได้รับความยินยอมจากท่านก่อน

    6. การเข้าถึงและอัปเดตข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในการใช้แอพพลิเคชั่น ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ หากข้อมูลดังกล่าวมีความบกพร่องหรือไม่ถูกต้อง บริษัทจะพยายามจัดหาวิธีการ และ/หรือช่องทางให้ท่านสามารถอัปเดตและ/หรือลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้อย่างเหมาะสม เว้นแต่ ในกรณีมีความจำเป็นที่บริษัทจะต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ และ/หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ เมื่อท่านดำเนินการอัปเดตข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทอาจร้องขอให้ท่านยืนยันตัวตนก่อนที่บริษัทจะดำเนินการตามคำขอของท่านได้ ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ปฏิเสธการทำคำขออัปเดตและการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) การทำคำขอที่ซับซ้อนและมีจำนวนมากเกินกว่าปกติ (2) การดำเนินการตามคำขออาจทำให้บริษัทต้องจัดหา และ/หรือพัฒนาเทคโนโลยีจากที่บริษัทมีอยู่เกินสมควร (3) การดำเนินการตามคำขออาจกระทบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่นอื่นๆ หรือ (4) การดำเนินการตามคำขอไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เช่น คำขอเกี่ยวกับการเรียกดูข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในระบบสำรองข้อมูล

    บริษัทมุ่งหวังที่จะดำเนินการให้บริการแอพพลิเคชั่นของบริษัทเป็นไปอย่างปลอดภัย และสามารถป้องกันการทำลายข้อมูลจากอุบัติเหตุหรือการมุ่งร้ายอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ ภายหลังจากที่ท่านลบข้อมูลออกจากแอพพลิเคชั่นของบริษัทแล้ว บริษัทอาจยังไม่ดำเนินการลบสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่มีอยู่ออกจากเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานอยู่ หรือนำข้อมูลออกจากระบบสำรองของบริษัทในทันที

    ข้อมูลที่รวบรวมและเหตุผลที่รวบรวม
    mPAY Application คือแอพพลิเคชั่นในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือ ในการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ เติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือ โอนเงิน ถอนเงิน และอื่นๆ ผ่านกระเป๋าเงินของ mPAY (mPAY Wallet) ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกที่ทุกเวลา

    บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการที่ดีขึ้นแก่ท่าน โดยเริ่มตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐาน อย่างเช่น ภาษาที่ท่านใช้ ตลอดจนข้อมูลที่มีความซับซ้อน เช่น โฆษณาใดที่จะเป็นประโยชน์แก่ท่านมากที่สุด หรือเรายการชำระเงินที่ท่านอาจจะชื่นชอบโปรดปราน เป็นต้น ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

    ข้อมูลที่ท่านให้บริษัท
    ให้ท่านแจ้งหรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อาชีพ สถานที่ทำงาน เป็นต้น สำหรับลงทะเบียนก่อนการใช้งานแอพพลิเคชั่น เพื่อจัดเก็บและบันทึกไว้ในบัญชีผู้ใช้งาน ตลอดจนเพื่อใช้บริการต่างๆ ภายในแอพพลิเคชั่น โดยบริษัทขอให้ท่านสร้างโปรไฟล์ที่มีชื่อและรูปภาพของท่านอยู่ด้วย

    ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากการใช้งานแอพพลิชั่นของท่าน
    บริษัทรวบรวมข้อมูลจากการใช้งานแอพพลิเคชั่นของท่าน เช่น เมื่อท่านใช้บริการใดๆ จากแอพพลิเคชั่น หรือเมื่อท่านเรียกดูและโต้ตอบกับโฆษณาและเนื้อหาของบริษัท เป็นต้น ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังนี้

    (1) ข้อมูลเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่/อุปกรณ์ดิจิตอล : บริษัทจะรวบรวมข้อมูลเฉพาะของอุปกรณ์ เช่น รุ่นฮาร์ดแวร์ ระบบปฏิบัติการและรุ่นของระบบปฏิบัติการ ข้อมูลเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลขโทรศัพท์ ตลอดจนตัวระบุอุปกรณ์ที่ทำให้บริษัททราบว่าท่านเข้าใช้งานแอพพลิเคชั่นจากเครื่องใด เพื่อนำมาปรับแต่งการให้บริการและวิเคราะห์ปัญหาที่เหมาะสมกับอุปกรณ์นั้นๆ

    (2) ข้อมูลที่ถูกบันทึก : เมื่อท่านเรียกดูข้อมูลและ/หรือเนื้อหาจากแอพพลิเคชั่นนี้ บริษัทจะบันทึกการเรียกดูข้อมูลและ/หรือเนื้อหาดังกล่าวไว้ในแหล่งรวบรวมดังต่อไปนี้ ในเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเอง และ/หรือของบริษัทในเครือ และ/หรือของคู่สัญญาที่เชื่อถือได้ของบริษัทที่ทำหน้าที่บริหารจัดการข้อมูลในแอพพลิเคชั่นตามสัญญา

    (3) ข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อ (Contacts) : เมื่อท่านใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้ บริษัทอาจเข้าถึง รวบรวม และประมวลผลข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายในเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของท่าน วัตถุประสงค์ ดังนี้
    • เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในการทำรายการชำระเงินค่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือบริการเติมเงินให้แก่หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ติดต่อของท่านได้ โดยท่านไม่กรอกหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการทำรายการ

    (4) ข้อมูลสถานะของเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Phone State) : บริษัทอาจเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการทำงานของเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของท่านว่าเปิดเครื่อง หรือปิดเครื่องอยู่ และ/หรือข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเครือข่าย เช่น เลือกเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบ Wi-Fi เป็นต้น วัตถุประสงค์ดังนี้
    • เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าท่านสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นได้โดยทันที โดยไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูล OTP ก่อนใช้งานหรือไม่
    • เพื่อการจัดทำหน้าจอแสดงผลก่อนการเข้าถึงหน้าหลักของแอพพลิเคชั่น (Splash Screen)
    • เพื่อปรับแต่งการให้บริการแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสมกับสถานะการใช้งานเครื่องแต่ละรูปแบบ เช่น การสลับรูปแบบการใช้งานและปรับระดับเสียงในการนำทาง เป็นต้น

    (5) ข้อมูลกล้องถ่ายรูป (Camera) : เมื่อท่านใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้ บริษัทอาจเข้าถึงรวบรวม และประมวลผลข้อมูลรูปถ่ายของท่าน วัตถุประสงค์ดังนี้
    • เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในทำรายการชำระเงินตามใบแจ้งหนี้ที่มีบาร์โค้ด
    • เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในการทำรายการชำระเงินให้แก่ร้านค้าที่มีคิว อาร์ โค้ด
    • เพื่อบันทึกรูปภาพไว้ในโปรไฟล์ของท่าน

    (6) ข้อมูล SMS : เมื่อท่านใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้ บริษัทอาจเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อผู้ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับใช้ในการส่งข้อความสั้น (SMS) ของท่าน วัตถุประสงค์ดังนี้
    • เพื่ออนุญาตให้แอพพลิเคชั่นสามารถส่งข้อมูลตำแหน่งที่แท้จริงของท่านไปยังผู้รับ SMS ได้

    (7) คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน (Cookies and Similar Technologies) : เมื่อท่านใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้ บริษัทอาจเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อผู้ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับใช้ในการส่งข้อความสั้น (SMS) ของท่าน วัตถุประสงค์ดังนี้
    บริษัท กับบริษัทในเครือ และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท อาจใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลเมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์และ/หรือบริการของบริษัท โดยการใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน เพื่อระบุบราวเซอร์หรืออุปกรณ์ และ/หรือเพื่อรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลเมื่อท่านมีการโต้ตอบกับบริการที่บริษัทให้กับบริษัทในเครือ และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เช่น บริการโฆษณา เป็นต้น

    (8) ข้อมูลหมายเลขเฉพาะของแอพพลิเคชั่น (Unique Application Number) แอพพลิเคชั่นนี้มีหมายเลขเฉพาะของแอพพลิเคชั่น สำหรับการส่งข้อมูลมายังบริษัท เมื่อผู้ใช้บริการทำการติดตั้ง หรือถอนการติดตั้งแอพพลิเคชั่นนั้นๆ หรือเมื่อแอพพลิเคชั่นนั้นติดต่อกับระบบเซิร์ฟเวอร์การให้บริการของบริษัทเป็นคราวๆไป วัตถุประสงค์ดังนี้
    • เพื่อการอัปเดตข้อมูลแอพพลิเคชั่นโดยอัตโนมัติ